ทองคำแท่ง ขายออก62,500สมาคมค้าทองคำ 16:39
แก๊สโซฮอล์ 9541.54ปตท. 29 ต.ค. 69
ดีเซล B742.54ปตท. 29 ต.ค. 69
USD/THB33.65อัตราอ้างอิง ธปท.
ดอกเบี้ยนโยบาย1%กนง. ถัดไป 23 ธ.ค. 69
ClearBaht
เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล2026-11-04 08:10 น.
← ข่าวทั้งหมด
การเงินใกล้ตัวตรวจข้อเท็จจริงแล้ว

ครม. อนุมัติค่ารถไฟฟ้า 17–45 บาททุกสาย ตลอดปี 2570 ใช้งบ 5,807 ล้าน

วันอังคารที่ 3 พ.ย. 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการ "ค่าโดยสารร่วม" ของรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นั่งข้ามสายกี่สายก็จ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เริ่ม 1 ม.ค. 2570 ไปจนสิ้นปี 2570 ผู้จัดการออนไลน์ กรุงเทพธุรกิจ และ PPTV รายงานตรงกัน

เกิดอะไรขึ้น

  • ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงเมื่อ 3 พ.ย.
  • ค่าแรกเข้า (เงินที่จ่ายตอนเข้าสถานีแรก) ยังเป็นไปตามสัญญาเดิม แต่ไม่เกิน 17 บาท
  • ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว และไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย
  • ใช้กับรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2570
  • งบประมาณราว 5,807 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมโอนเงินคืนประชาชน 22 ล้านบาท ครม. รับทราบกรอบวงเงินนี้ โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ขอใช้งบกลางปีงบประมาณ 2570 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และเป็นหน่วยงานหลักในการจ่ายเงินอุดหนุน
  • หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง สนข. รฟม. การรถไฟฯ กทม. และธนาคารกรุงไทย
  • หลังเริ่มใช้ 6 เดือน รฟม. และ กทม. ต้องเก็บข้อมูลจำนวนผู้โดยสารและรายได้จริง เพื่อใช้เจรจาเรื่องแบ่งรายได้กับผู้ให้บริการเดินรถ แล้วรายงาน ครม. อีกครั้ง

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

รัฐบาลเรียกมาตรการนี้ว่า "ลดภาระค่าครองชีพ" ปัญหาเดิมคือรถไฟฟ้าแต่ละสายมีผู้ให้บริการต่างกัน คนที่ต้องต่อหลายสายจึงต้องจ่ายค่าแรกเข้าหลายรอบ ทำให้ค่าเดินทางต่อเที่ยวสูงขึ้น (โพสต์ทูเดย์ 13 ต.ค.) มาตรการนี้ไม่ได้แก้สัญญาสัมปทานเดิม แต่ให้รัฐจ่ายส่วนต่างแทน จึงต้องใช้งบประมาณชดเชย

รับเงินส่วนต่างอย่างไร

ข่าวมติ ครม. วันที่ 3 พ.ย. ไม่ได้ลงรายละเอียดวิธีจ่ายเงิน มีเพียงงบ "ค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนให้ประชาชนต่อรายการธุรกรรม" 22 ล้านบาท และให้ สนข. จ่ายเงินอุดหนุน "ตามที่เกิดขึ้นจริง" แต่เมื่อกลาง ต.ค. 2569 โพสต์ทูเดย์ (13 ต.ค.) และ Time Out (14 ต.ค.) รายงานแผนของกระทรวงคมนาคมไว้ตรงกันดังนี้

  • ช่วงแรกจ่ายเต็มราคาก่อน แล้วรัฐโอนส่วนต่างคืนทีหลังผ่าน แอปเป๋าตัง ไม่ได้ลดราคาที่ประตูสถานี
  • สิทธิ์นี้สำหรับ คนไทยที่ลงทะเบียน และเข้าเงื่อนไขของโครงการ
  • กระทรวงคมนาคมกำลังหารือกับธนาคารกรุงไทยเรื่องใช้บัตรเดบิต/เครดิตแบบแตะจ่าย (EMV) และเรื่องบัตรแรบบิท
  • ขั้นตอนลงทะเบียน วันเปิดลงทะเบียน และระยะเวลาที่เงินจะเข้าบัญชี ยังไม่ประกาศ

โพสต์ทูเดย์ (13 ต.ค.) ระบุว่าวันที่ 1 ม.ค. 2570 ยังเป็น "เป้าหมาย" ซึ่ง "ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบและการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง" ส่วนข่าวมติ ครม. 3 พ.ย. ระบุเพียงให้หน่วยงานเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผน

เกี่ยวกับเรายังไง

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ค่าโดยสารจริงของสายใด

  • เพดานค่ารถต่อเดือน ถ้านั่งไป-กลับวันละ 2 เที่ยว ทำงาน 22 วันต่อเดือน (44 เที่ยว) ปี 2570 จ่ายค่ารถไฟฟ้าสุทธิไม่เกิน 45 × 44 = 1,980 บาทต่อเดือน ไม่ว่าจะต่อกี่สาย (ถ้าได้สิทธิ์ตามเงื่อนไขที่จะประกาศ)
  • ถ้าตอนนี้จ่ายเที่ยวละ 70 บาท (สมมติ เช่น ต่อ 2–3 สาย) จะได้ส่วนต่างคืนเที่ยวละ 25 บาท หรือราว 25 × 44 = 1,100 บาทต่อเดือน ถ้าเดิมจ่ายไม่ถึง 45 บาทอยู่แล้ว ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากเพดานนี้
  • ต้องสำรองเงินไว้ก่อน ถ้าระบบเป็นแบบจ่ายเต็มแล้วรับคืนทีหลังตามแผนเดือน ต.ค. ช่วงแรกจะต้องมีเงินจ่ายเต็มราคาไว้ก่อน ตามตัวอย่างข้างบนคือ 70 × 44 = 3,080 บาท ก่อนได้คืน
  • เทียบกับขับรถเอง เงิน 1,980 บาท เติมแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ราว 59 ลิตร (ราคา ปตท. มีผล 29 ต.ค. ลิตรละ 33.50 บาท ยังไม่เปลี่ยนถึงเย็น 3 พ.ย.) หรือแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ราว 48 ลิตร (ลิตรละ 41.54 บาท) ยังไม่รวมค่าที่จอดและค่าทางด่วน

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • ประกาศวิธีลงทะเบียน เป๋าตังใช้ได้เมื่อไร ใช้บัตรแบบไหนได้บ้าง และเงินคืนเข้าบัญชีกี่วัน
  • ระบบพร้อมทัน 1 ม.ค. 2570 หรือไม่ โพสต์ทูเดย์เคยรายงาน (13 ต.ค.) ว่าวันเริ่มขึ้นกับความพร้อมของระบบ
  • หลัง 6 เดือนแรก ผลเก็บข้อมูลผู้โดยสารและรายได้ที่จะรายงาน ครม. และความชัดเจนว่าจะต่อมาตรการหลังสิ้นปี 2570 หรือไม่ (มติวันนี้อนุมัติแค่ถึง 31 ธ.ค. 2570)
ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย. 2569 เวลา 18:45 น. (เวลาไทย) รายละเอียดการลงทะเบียนและรับเงินคืนอาจเปลี่ยนตามประกาศทางการ บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (3 รายการ)
  • ตรวจแยกโดยผู้ตรวจอีกคน: สาระมติ ครม. 3 พ.ย. (17–45 บาท, ไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำ, 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2570, งบ 5,807 = 5,785 + 22 ล้านบาท, หน่วยงาน, รายงานผล 6 เดือน) ตรงกันในผู้จัดการออนไลน์ กรุงเทพธุรกิจ และ PPTV; ราคาน้ำมันตรวจกับ สนพ.; การคำนวณถูกต้อง
  • แก้: เปลี่ยนคำในเครื่องหมายคำพูดให้ตรงถ้อยคำในข่าว; ระบุว่าเรื่องวันเริ่มขึ้นกับความพร้อมของระบบมาจากโพสต์ทูเดย์ 13 ต.ค. ไม่ใช่คำพูดของผู้แถลง 3 พ.ย.; ระบุรายละเอียดงบตามมติ; ใส่ชื่อผู้แถลง
  • ยังไม่ได้ยืนยันกับเอกสารทางการ (thaigov.go.th เข้าไม่ได้) แต่ 3 สำนักข่าวตรงกันทุกตัวเลข; วิธีคืนเงินผ่านเป๋าตัง สิทธิ์เฉพาะคนไทยที่ลงทะเบียน และการหารือบัตร EMV/Rabbit เป็นแผนเดือน ต.ค. (โพสต์ทูเดย์ และ Time Out) ยังไม่ยืนยันในมติ
น้องใส