ClearBaht

เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล 2026-10-30 06:00 น.
← ข่าวทั้งหมด
การเงินใกล้ตัวตรวจข้อเท็จจริงแล้ว บางตัวเลขยังมีแหล่งเดียว ดูรายละเอียดท้ายบทความ

ธปท. ร่วมโครงการเงินดิจิทัลข้ามประเทศ สเตเบิลคอยน์ต่างจากเงินฝากอย่างไร

ธนาคารกลางของไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ จับมือกับภาคเอกชนวางกติการ่วมสำหรับ "เงินดิจิทัล" ที่ใช้โอนข้ามประเทศ ขณะเดียวกัน ธปท. ก็เปิดรับฟังความเห็นร่างกติกา "เหรียญบาท" (THB Stablecoin) และที่ฮ่องกง ผู้ใช้แอป PayMe เริ่มทยอยใช้เหรียญดิจิทัลของ HSBC ได้แล้ว ข่าวพวกนี้ยังไม่ทำให้ค่าโอนของเราถูกลงทันที แต่ควรรู้ว่าเหรียญเหล่านี้ไม่เหมือนเงินฝากในธนาคาร

เกิดอะไรขึ้น

  • 23 ต.ค. 2569 สำนักงานการเงินสิงคโปร์ (MAS) ประกาศว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) และ ธปท. เข้าร่วมโครงการ BLOOM ในฐานะสมาชิกฝั่งผู้กำกับดูแล โครงการนี้ศึกษาการใช้ "เงินฝากแบบโทเคน" และสเตเบิลคอยน์ที่มีผู้กำกับดูแล สำหรับโอนและชำระเงินข้ามประเทศ ผู้เข้าร่วมใหม่มีทั้ง Visa, Mastercard, Ripple, ShopeePay และธนาคารโลก ส่วนสมาชิกเดิมมีธนาคารกสิกรไทยด้วย (ตามเอกสารของ MAS) ดารณี แซ่จู รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวในคำแถลงที่ MAS เผยแพร่ว่า ธปท. ยินดีร่วมมือกับ MAS และโครงการนี้จะช่วยให้ ธปท. พัฒนาแนวทางกำกับดูแลเงินดิจิทัลรูปแบบโทเคน โดยเฉพาะการชำระเงินข้ามประเทศ
  • 19 ต.ค. 2569 ธปท. เปิดรับฟังความเห็นต่อหลักการกำกับ THB Stablecoin ซึ่งผูกค่า 1 เหรียญ = 1 บาท และมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน ธปท. ระบุว่าเป็นส่วนเสริมระบบชำระเงินเดิม ไม่ได้มาแทนที่ ช่วงรับฟังความเห็นถึง 17 พ.ย. 2569 และตอนนี้ยังเป็นร่าง ยังไม่ใช่กติกาที่ใช้จริง
  • ปลายเดือน ต.ค. 2569 HSBC ฮ่องกงเปิดให้ใช้ RedCoin (RCHKD) เหรียญดิจิทัลที่แลกคืนเป็นดอลลาร์ฮ่องกงได้ 1:1 บนแอป PayMe ใช้โอนให้เพื่อนและจ่ายร้านค้า หน้าเว็บ HSBC ระบุว่าออกภายใต้ใบอนุญาตผู้ออกสเตเบิลคอยน์ของ HKMA (ธนาคารกลางฮ่องกง) จดหมายข่าว Behind Fintech (26 ต.ค.) รายงานว่าผู้ใช้ PayMe ราว 3.3 ล้านรายจะทยอยเปิดกระเป๋าได้ และใช้จ่ายได้กับร้านค้ากว่า 100,000 แห่ง (ตัวเลขนี้มาจากแหล่งเดียว หน้า HSBC ไม่ได้ระบุ)

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

MAS ระบุว่า BLOOM จะช่วยลดความจำเป็นที่สถาบันการเงินต้องตั้งระบบแยกกับคู่ค้าหรือตลาดแต่ละแห่ง โดยวางแนวทางร่วมเรื่องการรับ แลกเปลี่ยน และชำระเงินดิจิทัลข้ามสถาบันและข้ามประเทศ ตอนนี้เป็นงานระดับธนาคารกับผู้กำกับ ไม่ได้บอกว่าลูกค้ารายย่อยจะจ่ายค่าธรรมเนียมถูกลงเท่าไร

เกี่ยวกับเรายังไง

1) เหรียญดิจิทัลไม่ใช่เงินฝาก หน้าเว็บของ HSBC ระบุชัดว่า RedCoin "ไม่ใช่เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง" และไม่อยู่ใต้ระบบคุ้มครองเงินฝากของฮ่องกง ฝั่งไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) คุ้มครองเงินฝาก 5 ประเภท (กระแสรายวัน ออมทรัพย์ ประจำ บัตรเงินฝาก ใบรับเงินฝาก) และระบุว่า e-Money กับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ไม่อยู่ในรายการคุ้มครอง ส่วนวงเงินคุ้มครองปัจจุบันตามหน้าของ สคฝ. คือ 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 ราย ต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง ตัวอย่าง: ฝาก 1,200,000 บาทที่ธนาคารเดียว จะคุ้มครอง 1,000,000 บาท (ส่วนที่เกิน 200,000 บาทไม่ได้รับ) หน้าของ สคฝ. ไม่ได้เอ่ยถึง stablecoin โดยตรง ส่วนร่างของ ธปท. ระบุว่าเงินหนุนหลังต้องเป็นเงินฝากทั้งหมด และผู้ถือเหรียญจะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน คือมีสิทธิได้เงินคืนเต็มจำนวนแม้ผู้ออกเหรียญล้มละลาย นั่นเป็นกลไกคนละอย่างกับการคุ้มครองเงินฝากของ สคฝ. และยังเป็นร่าง

2) ไม่มีดอกเบี้ย ตามร่างของ ธปท. ผู้ออกเหรียญห้ามจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนแก่ผู้ถือเหรียญ เพราะออกแบบไว้สำหรับจ่ายเงิน ไม่ใช่ออมหรือลงทุน เทียบกับบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพที่ ธปท. รายงานดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี (ข้อมูล 28 ต.ค. 2569) เงิน 10,000 บาทได้ดอกเบี้ยราว 25 บาทต่อปี (10,000 x 0.25%) ก่อนหักภาษี ส่วนเหรียญได้ 0 บาท

3) เงินหนุนหลัง ร่างกำหนดให้ผู้ออกเหรียญฝากเงินหนุนหลัง 100% กระจายหลายธนาคาร เปิดเผยยอดรายวัน และให้ผู้ถือไถ่ถอนเป็นบาท 1:1 ภายใน 1 วันทำการ ตัวอย่างความโปร่งใสของ HSBC: หน้าเว็บแสดง ณ 28 ต.ค. 2569 ว่ามีเหรียญหมุนเวียน 82,288,243.75 ดอลลาร์ฮ่องกง เทียบกับสินทรัพย์หนุนหลังที่เป็นเงินสด 83,288,243.75 ดอลลาร์ฮ่องกง (ส่วนต่าง 1,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง) แต่รายงานรับรองจากผู้ตรวจสอบอิสระฉบับแรกคาดว่าจะเผยแพร่หลังไตรมาส 4 ปี 2569 ตอนนี้จึงยังเป็นตัวเลขที่ผู้ออกเหรียญเปิดเผยเอง

4) พร้อมเพย์ยังเป็นระบบหลัก เอกสารรับฟังความเห็นของ ธปท. ระบุว่าไทยมีระบบชำระเงินรายย่อยที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำอยู่แล้ว เช่น พร้อมเพย์ และ THB Stablecoin เป็นส่วนเสริม ไม่ได้มาแทนที่ การจ่ายเงินในชีวิตประจำวันของเราจึงยังใช้ช่องทางเดิมต่อไป

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • ช่วงรับฟังความเห็นของ ธปท. ถึง 17 พ.ย. 2569 (ตามหน้าทางการ; สื่อไทยบางแห่งรายงานว่า 28 ต.ค. ซึ่งไม่ตรงกับหน้าของ ธปท.) แล้วดูว่าหลักเกณฑ์ฉบับสุดท้ายจะปรับอะไรบ้าง
  • ว่าเกณฑ์ฉบับสุดท้ายจะคงเรื่องการคุ้มครองผู้ใช้และห้ามจ่ายดอกเบี้ยไว้หรือไม่ และ THB Stablecoin จะเปิดให้ประชาชนใช้เมื่อใด (ยังไม่มีกำหนดในเอกสารที่ตรวจ)
  • ผลงานแรกของ BLOOM ที่จะลดค่าโอนข้ามประเทศจริง
ข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค. 2569 บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (4 รายการ)
  • ยืนยันกับหน้าทางการ: MAS 23 ต.ค. 2569 (BNM และ ธปท. เป็นสมาชิกฝั่งผู้กำกับใหม่ กสิกรไทยเป็นสมาชิกเดิม), ธปท. รับฟังความเห็น THB Stablecoin 19 ต.ค.-17 พ.ย. 2569 (อ่านจากหน้าและเอกสารประกอบของ ธปท. สื่อไทยบางสำนักรายงานว่าสิ้นสุด 28 ต.ค. ซึ่งไม่ตรงกับหน้าทางการ), หน้า HSBC RedCoin ณ 28 ต.ค. 2569, สคฝ. 1 ล้านบาท/ราย/สถาบัน
  • แก้: วันสิ้นสุดรับฟังความเห็นเป็น 17 พ.ย. 2569; ตัดคำอ้างผู้ว่าการ ธปท. เรื่องพร้อมเพย์ฟรีที่หาแหล่งยืนยันไม่ได้ (ใช้ถ้อยคำจากหน้าของ ธปท. แทน); ตัดวันที่ 23 ต.ค. ของการเปิด RedCoin บน PayMe เพราะหน้า HSBC ไม่ระบุวัน; แก้ชื่อรองผู้ว่าการเป็น ดารณี แซ่จู ตามประกาศ ธปท.; เปลี่ยนวงเงิน สคฝ. จาก 'ตามรายงานข่าว' เป็นอ้างหน้า สคฝ.; ปรับประโยค 'ผ่านหลายธนาคารกลาง' ที่ไม่มีแหล่งรองรับ; ปรับข้อความผู้ตรวจสอบ HSBC ให้ตรงหน้าเว็บ (รายงานฉบับแรกคาดว่าเผยแพร่หลังไตรมาส 4 ปี 2569)
  • เพิ่ม: ร่างของ ธปท. ระบุว่าสินทรัพย์หนุนหลัง 100% ต้องเป็นเงินฝาก และผู้ถือเหรียญได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน (ไม่ใช่ระบบ สคฝ.) ทั้งหมดยังเป็นร่าง
  • ยังเป็นแหล่งเดียว: ตัวเลขผู้ใช้ PayMe 3.3 ล้านราย และร้านค้า 100,000 แห่ง (จดหมายข่าว Behind Fintech 26 ต.ค. 2569; หน้า HSBC ไม่ระบุ); สคฝ. ไม่ได้เอ่ยถึง stablecoin โดยตรง
แหล่งข่าว
  1. MAS, Bank Negara Malaysia and Bank of Thailand Partner with Industry to Advance Cross-Border Settlement in Digital Money through BLOOM — MAS (ธนาคารกลางสิงคโปร์)
  2. Mastercard, 2 central banks join Singapore cross-border digital money project BLOOM — Ledger Insights
  3. หลักการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ THB Stablecoin (เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น 17 หน้า) — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  4. การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ หลักการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ THB Stablecoin — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  5. THB Stablecoin: หลักเกณฑ์ที่ ธปท. เสนอ (ฝากหนุนหลัง 100% ไถ่ถอน 1:1 ภายใน 1 วันทำการ) — ฐานเศรษฐกิจ
  6. HSBC RedCoin (RCHKD) - ข้อมูลผลิตภัณฑ์ (ระบุว่าไม่ใช่เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง) — HSBC ฮ่องกง
  7. Behind Fintech - Daily / 26 October 2026 (จดหมายข่าว: HSBC เปิด RedCoin บน PayMe; แหล่งเดียวของตัวเลข 3.3 ล้านราย และ 100,000 ร้านค้า) — Behind Fintech
  8. ผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง (e-Money และ Cryptocurrency อยู่ในรายการที่ไม่คุ้มครอง) — สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.)
  9. วงเงินคุ้มครอง (ปัจจุบัน 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน) — สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.)
น้องใส