ClearBaht

เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล 2026-10-30 06:00 น.
← ข่าวทั้งหมด
ดอกเบี้ยตรวจข้อเท็จจริงแล้ว บางตัวเลขยังมีแหล่งเดียว ดูรายละเอียดท้ายบทความ

เฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 1 ครั้ง ประชุม 28 ต.ค. จับตาขึ้นต่อหรือไม่

อัปเดต 29 ต.ค. 2569 (เวลาไทย): เฟดคงช่วงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% ด้วยมติ 10 ต่อ 2 (กรรมการ 2 คนต้องการขึ้น 0.25%) อ่านรายละเอียดและผลต่อคนไทยได้ที่ ผลประชุมเฟด 28 ต.ค.

เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ 16 กันยายน เป็นการขึ้นครั้งแรกนับจากปี 2566 และเงินเฟ้อสหรัฐฯ รอบล่าสุดก็เพิ่มขึ้นอีก ตลาดจึงจับตาว่าการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ เฟดจะ "คงดอกเบี้ย" หรือ "ขึ้นต่อ" เรื่องนี้เป็นฉากหลังของดอกเบี้ยทั่วโลก รวมถึงดอกเบี้ยเงินฝากที่เราได้รับ

เกิดอะไรขึ้น

  • 16 ก.ย. 2569 เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุด เป็นช่วง 3.75-4.00% ต่อปี มติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 (แถลงการณ์เฟด) Reuters และ Nation Thailand รายงานว่าเป็นการขึ้นครั้งแรกนับจากปี 2566
  • เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวในงานแถลงข่าวว่า "ความจริงคือเงินเฟ้อสูงเกินไป และสูงมานานเกินไป" (อ้างจาก CBS News)
  • ประมาณการของเฟด ผู้ร่วมประชุม 16 จาก 18 คนคาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ ค่ากลางอยู่ที่ช่วง 4.00-4.25% ณ สิ้นปี (ตารางประมาณการเศรษฐกิจของเฟด)
  • 14 ต.ค. 2569 สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ย. สูงขึ้น 3.7% จากปีก่อน เพิ่มจาก 3.4% ในเดือน ส.ค. ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) อยู่ที่ 2.6% ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงขึ้น 34.2% จากปีก่อน
  • 7 ต.ค. 2569 เฟดเผยรายงานการประชุมเดือน ก.ย. ระบุว่าผู้ร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีน่าจะเหมาะสม แต่การตัดสินใจแต่ละครั้งขึ้นกับข้อมูลที่ออกมา

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

ปัจจัยสำคัญคือราคาพลังงาน รายงานการประชุมเฟดระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปให้สูงขึ้น ส่วน CBS News รายงานเมื่อ 17 ก.ย. ว่าน้ำมันดิบเคยขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีสงครามอิหร่านเป็นปัจจัยหนึ่ง

ผู้ร่วมประชุมเฟดยังมองว่าความเสี่ยงของเงินเฟ้อเอียงไปด้านสูง ขณะที่ตลาดแรงงานมั่นคงและอยู่ใกล้ระดับจ้างงานเต็มที่ เฟดจึงเน้นดูแลเงินเฟ้อก่อน

ตลาดคาดอะไรสำหรับ 28 ต.ค.

หลังตัวเลขเงินเฟ้อออก 14 ต.ค. เครื่องมือ CME FedWatch (คำนวณจากราคาในตลาด ไม่ใช่คำพยากรณ์ของเฟด) ให้โอกาส "คงดอกเบี้ย" ลดจาก 77.9% เหลือ 58.5% และโอกาส "ขึ้น 0.25 จุด" เพิ่มจาก 22.1% เป็น 41.5% (Fox Business) ต่อมาตัวเลขเปลี่ยนไป รายงานของ Phemex News ที่อ้าง CME ระบุว่า ณ ราววันที่ 21 ต.ค. โอกาสคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 83.9% และขึ้น 16.1% ส่วนการประชุมเดือน ธ.ค. ตลาดให้โอกาสขึ้น 0.25 จุดราว 76% ตัวเลขนี้เปลี่ยนได้ทุกวัน ควรดูค่าล่าสุดจากเว็บ CME โดยตรง การประชุมถัดไปหลัง 28 ต.ค. คือ 8-9 ธ.ค. 2569 ซึ่งเฟดจะอัปเดตประมาณการดอกเบี้ยด้วย

เกี่ยวกับเรายังไง

ดอกเบี้ยเฟดไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยไทยเปลี่ยนทันที เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัดสินใจเอง ดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 1.00% (กนง. คงไว้เมื่อ 26 ส.ค. 2569) ขณะที่เฟดอยู่ที่ 3.75-4.00% ส่วนต่างราว 2.75-3.00 จุด

ตัวอย่างเงินฝาก 100,000 บาท ตามอัตราของธนาคารใหญ่ 4 แห่ง (กรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์) ซึ่งเท่ากัน ณ 22 ต.ค. 2569 (ข้อมูล ธปท.):

ประเภทดอกเบี้ย/ปีดอกเบี้ยก่อนหักภาษีหลังหักภาษี 15%*
ออมทรัพย์0.25%250 บาท212.50 บาท (ถ้าถูกหักภาษี)**
ฝากประจำ 12 เดือน0.75%750 บาท637.50 บาท
ฝากประจำ 24 เดือน0.90%900 บาท/ปี765 บาท/ปี

*คำนวณแบบดอกเบี้ยคงที่ ไม่ทบต้น ธนาคารอื่นให้อัตราต่างกันเล็กน้อย (เช่น ทีทีบีให้ออมทรัพย์ 0.10% กรุงศรีให้ฝากประจำ 12 เดือน 0.80%)

**ดอกเบี้ยออมทรัพย์รวมไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ไม่ถูกหักภาษี ดังนั้นตัวอย่างนี้คนส่วนใหญ่ได้ 250 บาทเต็ม ส่วนเงินฝากประจำโดยทั่วไปถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% (ยกเว้นบัญชีเงินฝากปลอดภาษีบางประเภท)

เทียบกับเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. ที่ 2.82% (กระทรวงพาณิชย์) เงิน 100,000 บาทฝากประจำ 12 เดือนได้ดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราที่ราคาสินค้าสูงขึ้น กำลังซื้อจริงจึงลดลงเล็กน้อย ธนาคารขนาดเล็กบางแห่งให้อัตราสูงกว่านี้ ดูตัวเลขล่าสุดได้จากเว็บ ธปท.

ผลทางอ้อม ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่เกี่ยวกับค่าเงินบาท ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าบาทจะอ่อนหรือแข็ง ถ้าบาทอ่อนลง ของนำเข้าและค่าเดินทางต่างประเทศอาจแพงขึ้น (เรื่องค่าเงินดูบทความหมวดค่าเงินของเรา)

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • 27-28 ต.ค. เฟดประชุม แถลงมติเวลา 14:00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (ตรงกับ 01:00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. ตามเวลาไทย) ตามปกติประธานเฟดจะแถลงข่าวต่อ
  • 28 ต.ค. ธปท. ประชุม กนง. (ตามปฏิทินบนเว็บ ธปท. ดูบทความแยกของเรา)
  • 10 พ.ย. BLS รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ต.ค.
  • 8-9 ธ.ค. ประชุมเฟดรอบสุดท้ายของปี
  • ราคาน้ำมันและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค. 2569 บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (10 รายการ)
  • ตรวจกับแถลงการณ์เฟด 16 ก.ย. 2569: ช่วงดอกเบี้ย 3.75-4.00% มติ 12 ต่อ 0 ถูกต้อง
  • แก้ 'ครั้งแรกในรอบ 3 ปี' เป็น 'ครั้งแรกนับจากปี 2566' ตาม Reuters และ Nation Thailand (CBS ใช้คำว่าครั้งแรกในรอบ 3 ปี)
  • ตรวจกับรายงานการประชุมเฟด (ปรับปรุงหน้าเว็บ 7 ต.ค.): ผู้ร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าการขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปีน่าจะเหมาะสม ถูกต้อง ผู้เขียนเพิ่มผลสำรวจ dot plot ของเฟด (16 จาก 18 คนคาดว่าขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้) จากตารางประมาณการเศรษฐกิจของเฟด
  • ตรวจ CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ย. (BLS 14 ต.ค.): 3.7% จาก 3.4%, เงินเฟ้อพื้นฐาน 2.6%, น้ำมันเบนซิน +34.2% ถูกต้อง รอบถัดไป 10 พ.ย.
  • ตัวเลข CME FedWatch ของวันที่ 14 ต.ค. (คง 58.5% / ขึ้น 41.5%) ล้าสมัย จึงเปลี่ยนเป็นค่าล่าสุดที่หาได้ (ราววันที่ 21 ต.ค. คง 83.9% / ขึ้น 16.1%)
  • ปรับถ้อยคำ 'สาเหตุหลักคือพลังงาน' เป็น 'ปัจจัยสำคัญ' และระบุว่าข้อมูลน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์เป็นของ CBS ณ 17 ก.ย. เพราะรายงานการประชุมเฟดไม่ได้ระบุชื่ออิหร่านหรือราคา
  • แก้หมายเหตุภาษี: ดอกเบี้ยออมทรัพย์รวมไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีไม่ถูกหักภาษี (ธปท.) ส่วนฝากประจำถูกหัก 15% ตามปกติ ตัวเลขคำนวณใหม่ถูกต้อง
  • ตัดประโยคชวนไปดู 'หน้าสรุปเปรียบเทียบของเว็บเรา' และปรับประโยคเรื่องค่าเงินบาทไม่ให้เป็นการคาดการณ์ของผู้เขียน
  • ข้อมูลที่ยังมีแหล่งเดียว: คำพูดของวอร์ชและเรื่องน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ (CBS News ยังไม่ได้เทียบกับบันทึกการแถลงข่าวของเฟด), ความน่าจะเป็นล่าสุดของ CME FedWatch (รายงานผ่าน Phemex/PANews เพราะเปิดหน้า CME โดยตรงไม่ได้), เงินเฟ้อไทย ก.ย. 2.82% (สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านสื่อ)
  • ลิงก์ BLS เป็นหน้ารายงานล่าสุด จะเปลี่ยนเมื่อมีรายงานเดือน ต.ค. (10 พ.ย.)
น้องใส