ClearBaht

เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล 2026-10-30 06:00 น.
← ข่าวทั้งหมด
การเงินใกล้ตัวตรวจข้อเท็จจริงแล้ว บางตัวเลขยังมีแหล่งเดียว ดูรายละเอียดท้ายบทความ

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง: ไทยเปิดร่างเกณฑ์คุม อังกฤษเริ่มกำกับแล้ว

"ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" หรือ BNPL กำลังถูกจับตาทั้งในไทยและต่างประเทศ ในไทย กระทรวงการคลังกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งเปิดรับฟังความเห็นร่างเกณฑ์คุมบริการนี้ตั้งแต่ 16 ต.ค. 2569 ส่วนที่อังกฤษ หน่วยงานกำกับเริ่มเอา BNPL แบบไม่มีดอกเบี้ยเข้ามาอยู่ใต้กฎหมายแล้วตั้งแต่ 15 ก.ค. 2569 บทความนี้เทียบให้ดูว่าสองฝั่งคิดต่างกันอย่างไร

เกิดอะไรขึ้น

ที่ไทย คลังและ ธปท. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์ BNPL ตั้งแต่ 16 ต.ค. ถึง 15 พ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์ ธปท. (bot.or.th) หรือเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย ตามหน้ารับฟังความเห็นของ ธปท. และรายงานของ Thai PBS กับสยามรัฐเมื่อ 19 ต.ค. 2569 ที่อ้างแถลงของรองโฆษกรัฐบาล ร่างนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ ข้อเสนอหลักในเอกสารร่างของ ธปท. คือ

  • ใช้กับสินเชื่อซื้อสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์มตลาดสินค้าดิจิทัลรายใหญ่ เช่น มีธุรกรรมในไทยเกิน 100 ล้านบาทต่อปี หรือมีผู้ใช้เฉลี่ยต่อเดือนเกิน 5% ของประชากรไทย และผู้ให้บริการต้องขอใบอนุญาต
  • ผู้ใช้ต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • วงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน
  • ผ่อนไม่เกิน 6 เดือนต่อรายการ
  • ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันไม่เกิน 15% ต่อปี คิดแบบอัตราที่แท้จริง (Effective Rate) โดยนับรวมค่าบริการของพันธมิตรร้านค้าและส่วนต่างราคาสินค้าที่เกิดจากการเลือกผ่อน แต่ถ้าผู้ใช้ผิดนัด ผู้ให้บริการยังเรียกค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มได้

เอกสารร่างยังระบุว่า ห้ามถอนหรือเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสด ห้ามโฆษณาเร่งให้ตัดสินใจ เช่น นับเวลาถอยหลัง ผู้ให้บริการต้องเป็นสมาชิกและส่งข้อมูลให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) และต้องมีกลไกกันไม่ให้ใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นมาจ่ายคืน BNPL ส่วนการห้ามเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อปิดยอดก่อนกำหนด เป็นรายละเอียดที่ฐานเศรษฐกิจ (21 ต.ค. 2569) รายงานเพียงแหล่งเดียว เราไม่พบข้อนี้ในส่วนของเอกสาร ธปท. ที่ตรวจ จึงควรรอข้อความฉบับสุดท้าย

ที่อังกฤษ องค์กรกำกับ FCA ระบุว่าตั้งแต่ 15 ก.ค. 2569 บริการ "Deferred Payment Credit" ซึ่งก็คือ BNPL แบบไม่มีดอกเบี้ย แบ่งจ่ายไม่เกิน 12 งวดภายใน 12 เดือน ต้องอยู่ใต้การกำกับ โดยครอบคลุมกรณีที่ผู้ให้สินเชื่อกับร้านค้าเป็นคนละบริษัท ส่วนสัญญาที่ทำก่อน 15 ก.ค. ไม่อยู่ในความคุ้มครองใหม่ กฎที่ผู้บริโภคจะได้คือ ผู้ให้กู้ต้องตรวจว่าคุณจ่ายไหวก่อนอนุมัติ ต้องบอกยอด วันจ่าย และค่าปรับล่าช้าให้ชัด ต้องติดต่อและช่วยเหลือเมื่อผิดนัด ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการด้านการเงิน (Financial Ombudsman Service) ได้ และบางกรณีขอเงินคืนจากผู้ให้กู้ตามมาตรา 75 ของกฎหมายสินเชื่อผู้บริโภค เหมือนจ่ายด้วยบัตรเครดิต

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

ปัญหาคล้ายกันคือ BNPL กดปุ่มเดียวก็ผ่อนได้ จนบางคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้เท่าไร ในสหรัฐฯ LendingTree รายงานผลสำรวจผู้บริโภค 2,060 คนช่วง 17-23 มี.ค. 2569 ว่าผู้ใช้ BNPL 47% เคยจ่ายช้าในรอบปี เพิ่มจาก 41% ในปี 2568 และ 34% ในปี 2567 และ 29% เคยใช้ผ่อนซื้อของชำ (เป็นผลสำรวจออนไลน์ที่ไม่ได้สุ่มตัวอย่าง และเรามีแหล่งเดียว) ตัวเลขนี้เป็นของสหรัฐฯ ไม่ใช่ไทย แต่แสดงทิศทางที่ผู้กำกับหลายประเทศกังวล

ธปท. ให้เหตุผลในเอกสารร่างว่า BNPL เข้าถึงง่าย อนุมัติเร็ว และแทรกอยู่ในขั้นตอนซื้อของ อาจทำให้คนก่อหนี้โดยไม่ทันระวัง และผู้ให้บริการบางรายยังไม่อยู่ใต้การกำกับ ทำให้มาตรฐานการคุ้มครองไม่เท่ากัน ส่วน TCIJ (3 มิ.ย. 2569) อ้างคำให้สัมภาษณ์ผู้ว่าการ ธปท. ว่าการกำกับจะเน้นสินเชื่อที่ให้ผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ ไม่รวมการผ่อนกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายโดยตรง

เกี่ยวกับเรายังไง

  1. ถ้าร่างผ่าน ผ่อนผ่านบริการเหล่านี้จะเป็นก้อนเล็กและสั้นลง เพดาน 20,000 บาท และ 6 เดือน หมายความว่าใช้ BNPL บนแพลตฟอร์มซื้อของชิ้นใหญ่ได้ยากขึ้น
  2. เพดาน 15% ต่อปีนับรวมค่าธรรมเนียมและส่วนต่างราคา ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย ถ้าร้านบวกราคาสินค้าเมื่อเลือกผ่อน ส่วนต่างนั้นก็ต้องนับ แต่ค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัดไม่อยู่ในเพดานนี้ ตามร่างของ ธปท. เพื่อเทียบ ฐานข้อมูลของเราระบุดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 16% ต่อปี เช่น KBank PLUSTINUM และ Amex (ข้อมูล 21 ต.ค. 2569) อ่านเงื่อนไขจริงก่อนตัดสินใจเสมอ
  3. ผลต่อประวัติเครดิต ร่างของ ธปท. ให้ผู้ให้บริการส่งข้อมูลเข้า NCB (โดยมีระยะเวลาเตรียมตัว 270 วันหลังประกาศใช้) ถ้าเป็นไปตามร่าง การค้างชำระ BNPL อาจมีผลกับการขอสินเชื่อก้อนใหญ่ เช่น บ้านหรือรถ
  4. ยังไม่มีผลวันนี้ ระหว่างนี้ผู้ให้บริการแต่ละรายยังใช้เงื่อนไขของตัวเอง ควรอ่านตารางผ่อน ค่าปรับ และยอดรวมที่ต้องจ่ายก่อนกดยืนยัน

เรื่องที่ไม่ควรสรุปเกินจริง: ร่างของไทยเจาะจงสินเชื่อบนแพลตฟอร์มตลาดสินค้าดิจิทัล เราไม่พบข้อความที่ระบุว่าครอบคลุม "ผ่อน 0%" ผ่านบัตรเครดิตหรือการผ่อนกับร้านโดยตรง และไม่ได้ตรวจกฎ BNPL ของอังกฤษเกินกว่าที่ FCA เผยแพร่ ข้อมูลฝั่งอังกฤษใช้ได้กับคนที่อยู่ในอังกฤษหรือซื้อกับผู้ให้กู้ที่นั่นเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองผู้ใช้ในไทย

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • 15 พ.ย. 2569 วันสุดท้ายของการรับฟังความเห็น ใครสนใจแสดงความเห็นได้ที่เว็บไซต์ ธปท.
  • กำหนดประกาศใช้จริง TCIJ (มิ.ย. 2569) รายงานว่าคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 แต่เราไม่พบการยืนยันวันที่จาก ธปท. ตามร่าง ประกาศจะใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบางข้อให้เวลาปรับตัว 90 วัน
  • เกณฑ์สุดท้ายอาจต่างจากร่าง เช่น วงเงิน เพดานดอกเบี้ย และบริการที่ถูกนับว่าเข้าข่าย
  • บทเรียนจากอังกฤษ ว่ากฎเข้มขึ้นแล้วคนเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้นหรือไม่ ซึ่งยังเป็นประเด็นถกเถียงและยังไม่มีข้อสรุป
ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค. 2569 บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการกู้ยืม ร่างเกณฑ์ของไทยยังไม่มีผลบังคับใช้
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (8 รายการ)
  • เพิ่มแหล่งทางการ: หน้ารับฟังความเห็นและเอกสารร่างเกณฑ์ของ ธปท. (PDF) ซึ่งยืนยันวันรับฟังความเห็น 16 ต.ค.-15 พ.ย. 2569, อายุ 20 ปีขึ้นไป, วงเงินรวมไม่เกิน 20,000 บาท, ผ่อนไม่เกิน 6 เดือนต่อรายการ, เพดาน 15% ต่อปีแบบ effective rate รวมส่วนเพิ่มของราคาสินค้า, ห้ามเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสด, ห้ามโฆษณาเร่งรัดเช่นนับถอยหลัง, ต้องเป็นสมาชิกและส่งข้อมูลให้ NCB
  • แก้ขอบเขตร่างให้ตรงเอกสาร ธปท.: ครอบคลุมสินเชื่อซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มตลาดสินค้าดิจิทัลรายใหญ่ (ธุรกรรมในไทยเกิน 100 ล้านบาทต่อปี หรือผู้ใช้เฉลี่ยต่อเดือนเกิน 5% ของประชากร) ไม่ใช่ BNPL ทุกแบบ
  • เพิ่มข้อเท็จจริงจากร่าง ธปท.: ผู้ให้บริการเรียกค่าติดตามทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มได้เมื่อผิดนัด และต้องมีกลไกกันไม่ให้ใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นจ่ายคืน BNPL
  • ระบุว่าคลังและ ธปท. ร่วมกันออกร่าง และแหล่งข่าว Thai PBS/สยามรัฐอ้างคำแถลงของรองโฆษกรัฐบาลเมื่อ 19 ต.ค. 2569
  • แก้วันที่ของแหล่ง FCA จาก 2026-07-15 (วันเริ่มใช้กฎ) เป็น 2026-02-11 (วันเผยแพร่หน้าเว็บครั้งแรก ปรับปรุงล่าสุด 6 ส.ค. 2569)
  • LendingTree: ตัวเลข 47%/41%/34%, 2,060 คน, 17-23 มี.ค. 2569 และ 29% ซื้อของชำ ตรงกับหน้าเว็บ แต่หน้านี้เป็นหน้าสถิติที่อัปเดตต่อเนื่อง (อัปเดตล่าสุด 14 ต.ค. 2569) ไม่ทราบวันเผยแพร่ครั้งแรกที่แท้จริง จึงใส่วันที่อัปเดตไว้ในช่อง published
  • ยังเป็นแหล่งเดียว: การห้ามเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อปิดยอดก่อนกำหนด (ฐานเศรษฐกิจ; ไม่พบในส่วนที่ตรวจของเอกสาร ธปท.); ตัวเลข LendingTree (สำรวจออนไลน์สหรัฐฯ); กรอบเวลาประกาศใช้ (TCIJ มิ.ย. 2569) ไม่พบการยืนยันจาก ธปท. ว่าสินเชื่อ 0% ผ่านบัตรเครดิตเข้าข่ายหรือไม่
  • ตัดคำเทียบอัตราบัตรเครดิตที่อาจชี้นำ และยืนยันว่า 16% ต่อปีเป็นข้อมูลในฐานข้อมูลของเว็บไซต์เรา (data/credit-cards ณ 21 ต.ค. 2569) ไม่ใช่แหล่งทางการภายนอก
แหล่งข่าว
  1. การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (BNPL) พร้อมเอกสารรับฟังความคิดเห็น (PDF) — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. เปิดรับฟังความเห็นร่างเกณฑ์คุมสินเชื่อ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" ถึง 15 พ.ย. — Thai PBS
  3. คลัง–ธปท. ชงคุม BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง จำกัดวงเงิน 2 หมื่น ผ่อน 6 เดือน ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% — สยามรัฐ
  4. เปิดเกณฑ์คุม 'ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' จำกัดวงเงิน 2 หมื่น ผ่อนไม่เกิน 6 เดือน — ฐานเศรษฐกิจ
  5. ธปท.เตรียมคุมเข้ม 'ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' ปิดช่องก่อหนี้เกินตัว — TCIJ
  6. Buy Now Pay Later (หน้าให้ข้อมูลผู้บริโภค กฎใหม่มีผล 15 ก.ค. 2569) — FCA (หน่วยงานกำกับสถาบันการเงินของอังกฤษ)
  7. PS26/1: Regulation of Deferred Payment Credit (unregulated Buy Now Pay Later) — FCA
  8. Buy Now Pay Later Statistics (หน้าสถิติ LendingTree อัปเดตต่อเนื่อง; ผลสำรวจ 17-23 มี.ค. 2569) — LendingTree
น้องใส