ClearBaht

เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล 2026-10-30 06:00 น.
← ข่าวทั้งหมด
การเงินใกล้ตัวตรวจข้อเท็จจริงแล้ว บางตัวเลขยังมีแหล่งเดียว ดูรายละเอียดท้ายบทความ

ออสเตรเลียเลิกให้ร้านเก็บค่ารูดบัตรเพิ่ม เที่ยวออสซี่ได้อะไร

ใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเจอป้าย "จ่ายบัตรเครดิตบวกเพิ่ม 2%" คงรู้ว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน ที่ออสเตรเลีย เรื่องนี้ควรเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เมื่อธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปลดข้อห้ามเดิม ทำให้เครือข่ายบัตรหลักห้ามร้านเก็บค่ารูดบัตรเพิ่มจากลูกค้า (surcharge) ได้

เกิดอะไรขึ้น

RBA ประกาศผลทบทวนเมื่อ 31 มี.ค. 2569 วิธีที่ใช้คือ RBA ยกเลิกกฎเดิมที่ห้ามเครือข่ายบัตรตั้งข้อห้ามไม่ให้ร้านเก็บ surcharge กฎนี้ใช้กับบัตรเดบิต บัตรเติมเงิน และบัตรเครดิตบนเครือข่าย eftpos, Mastercard และ Visa และมีผล 1 ต.ค. 2569 ซึ่งผ่านมาประมาณสามสัปดาห์แล้ว RBA คาดว่าเครือข่ายจะออกกฎห้ามร้านเก็บ surcharge ตามมา และถ้ายังมีการเก็บอยู่ RBA อาจเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายห้าม

RBA ให้เหตุผลว่ากรอบที่เปิดให้เก็บ surcharge มานานกว่า 20 ปี ไม่ได้ช่วยให้คนเลือกวิธีจ่ายที่ต้นทุนต่ำลงอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะร้านจำนวนมากคิดอัตราเดียวกันทุกบัตร ตรวจจับร้านที่เก็บไม่ครบหรือไม่แจ้งป้ายได้ยาก และคนใช้เงินสดน้อยลงจึงเลี่ยง surcharge ยาก RBA ระบุว่าร้านค้าราว 16% เก็บ surcharge อยู่ และผู้บริโภคจ่าย surcharge ราว 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี จากทั้งหมดราว 1,800 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย บนบัตรของเครือข่ายเหล่านี้

มีรายละเอียดอื่นที่ควรรู้

  • บัตรที่ไม่ได้อยู่ในการตัดสินครั้งนี้ RBA ระบุเฉพาะ eftpos, Mastercard และ Visa ส่วน American Express ยังไม่อยู่ในเรื่องนี้ RBA บอกว่าจะพิจารณาในการทบทวนรอบถัดไป ขณะที่หน้าคำแนะนำร้านค้าของ NAB ระบุว่าครอบคลุม Amex และ UnionPay ด้วย สองแหล่งไม่ตรงกัน จึงยังสรุปเรื่อง Amex ไม่ได้
  • ออนไลน์และหน้าร้าน NAB ระบุว่าครอบคลุมทั้งสองช่องทาง และครอบคลุมบัตรที่ออกในต่างประเทศ แต่เอกสาร RBA ไม่ได้พูดเรื่องบัตรต่างประเทศไว้ตรง ๆ
  • ค่าอื่นที่ไม่เกี่ยวกับวิธีจ่ายเงิน เช่น ค่าบริการวันหยุดหรือค่าจัดส่ง ยังเก็บได้ แต่เก็บเพราะลูกค้าจ่ายด้วยบัตรไม่ได้ และการเปลี่ยนชื่อเป็น "ค่าแอดมิน" ก็ไม่ทำให้ถูกต้อง (ตามข้อมูลของ NAB แหล่งเดียว)
  • ส่วนลดตามวิธีจ่าย ร้านยังให้ส่วนลดสำหรับวิธีจ่ายที่ตัวเองชอบได้ RBA ระบุว่ากฎใหม่ไม่ได้ห้ามส่วนลด และ NAB ระบุว่าต้องแสดงราคาเต็มก่อน

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

RBA เชื่อมเรื่องนี้กับต้นทุนของร้านค้า จึงลดเพดานค่าธรรมเนียม interchange (ค่าธรรมเนียมที่ธนาคารฝั่งร้านจ่ายให้ธนาคารผู้ออกบัตร) ไปพร้อมกัน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เพดานของบัตรเครดิตผู้บริโภคในประเทศลดเหลือ 0.3% RBA ประเมินว่าการลดเพดานช่วยลดต้นทุนบัตรของร้านค้าราว 910 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี และร้านเล็กจะได้ประโยชน์มากสุด เพราะมักจ่ายค่าธรรมเนียมใกล้เพดานเดิม

แต่ผลต่อราคาที่ลูกค้าจ่ายยังไม่แน่นอน RBA ระบุว่าต้นทุนที่ลดลงควรไหลไปถึงราคาป้ายในที่สุด แต่ก็คาดว่าร้านที่เคยเก็บ surcharge อาจขึ้นราคาป้ายเพื่อชดเชยต้นทุนการรับบัตร จึงไม่มีอะไรรับประกันว่าราคารวมจะถูกลง ตัวเลข 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจึงเป็นยอด surcharge ที่จ่ายกันอยู่ ไม่ใช่เงินที่ประหยัดได้สุทธิ

เกี่ยวกับเรายังไง

ถ้าไปเที่ยวหรือเรียนที่ออสเตรเลีย

  • ถ้าใช้บัตร Visa หรือ Mastercard ที่ออกโดยธนาคารไทย ไม่น่าเจอ surcharge ตามที่ NAB อธิบาย แต่ RBA ไม่ได้ระบุเรื่องบัตรที่ออกโดยต่างประเทศไว้ตรง ๆ จึงยืนยันไม่ได้ทั้งหมด ถ้าเจอร้านเก็บ ควรเก็บใบเสร็จไว้ ส่วนบัตร Amex ยังไม่ชัดเจนตามที่ว่าไว้ข้างต้น
  • ราคาบนป้ายอาจแพงขึ้นกว่าเดิมเพราะร้านบวกต้นทุนเข้าไป จึงควรเทียบราคารวมที่จ่ายจริง ไม่ใช่เทียบแค่ว่ามี surcharge หรือไม่
  • ค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินที่ธนาคารผู้ออกบัตรของคุณคิด เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับกฎนี้ ควรเช็คกับธนาคารเจ้าของบัตรก่อนเดินทาง
  • เพดาน interchange ของบัตรต่างประเทศ (1.0% เริ่ม 1 เม.ย. 2570) เป็นค่าที่ธนาคารฝั่งร้านจ่าย ไม่ใช่ค่าที่ผู้ถือบัตรไทยจ่ายโดยตรง

ในไทยเป็นอย่างไร เราไม่พบหลักเกณฑ์ของ ธปท. หรือ สคบ. ที่พูดถึงการที่ร้านค้าเก็บค่ารูดบัตรเพิ่มจากลูกค้าโดยตรง จึงไม่ขอยืนยันว่าไทยอนุญาตหรือห้าม สิ่งที่ตรวจพบคือประกาศ ธปท. ที่ 23/2569 ซึ่ง ThaiPublica รายงานเมื่อ 2 มิ.ย. 2569 ว่าปรับลดและกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินเรียกเก็บจากลูกค้า 19 รายการ เป็นเรื่องของธนาคาร ไม่ใช่ร้านค้า

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • 30 ต.ค. 2569 ตามเอกสาร RBA เครือข่ายบัตรและผู้รับชำระรายใหญ่ต้องเผยแพร่ข้อมูลค่าธรรมเนียมรอบแรก (ช่วง 1 ก.ค.-30 ก.ย. 2569) แล้วเผยแพร่เป็นรายไตรมาสต่อไป
  • 1 เม.ย. 2570 เพดาน interchange บัตรที่ออกโดยต่างประเทศ 1.0% เริ่มใช้ ซึ่งอาจเกี่ยวกับร้านที่รับนักท่องเที่ยว
  • ระดับราคาจริง ว่าร้านค้าปรับราคาขึ้นหรือไม่ ซึ่งเรายังไม่มีข้อมูลหลัง 1 ต.ค.
  • Amex และ BNPL RBA ระบุว่าจะเปิดรับฟังความเห็นกลางปี 2569 เรื่องเครือข่ายบัตรสามฝ่าย (เช่น Amex) กระเป๋าเงินดิจิทัล และ BNPL เรายังไม่ได้ตรวจว่าเริ่มแล้วหรือยัง
ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค. 2569 บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขเงินออสเตรเลียไม่ได้แปลงเป็นบาท
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (9 รายการ)
  • ตรวจกับเอกสาร RBA ฉบับเต็ม (Conclusions Paper มี.ค. 2569) และพบว่าวิธีการจริงคือ RBA ยกเลิกข้อห้ามที่ไม่ให้เครือข่าย eftpos/Mastercard/Visa ตั้งกฎห้ามร้านเก็บ surcharge (ไม่ใช่ RBA สั่งห้ามร้านโดยตรง) RBA คาดว่าเครือข่ายจะออกกฎห้ามตามมา และถ้ายังมีการเก็บ อาจเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายห้าม จึงเปลี่ยนชื่อเรื่องและเนื้อหาให้ตรงกลไกนี้
  • แก้ตัวเลข: 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นยอดที่ผู้บริโภคจ่าย surcharge อยู่ต่อปี (จากทั้งหมด 1,800 ล้าน บนเครือข่ายที่กำหนด) ไม่ใช่เงินที่ประหยัดได้สุทธิ เพราะ RBA คาดว่าร้านที่เก็บ surcharge อยู่ (16%) อาจขึ้นราคาป้ายแทน; 910 ล้านดอลลาร์ต่อปีเป็นต้นทุนที่ร้านค้าลดได้จากการลดเพดาน interchange ไม่ใช่จากการเลิก surcharge และอยู่ในเอกสาร RBA เอง (ไม่ใช่แหล่งเดียวอย่างที่เขียนเดิม)
  • ลบข้อความว่า RBA 'อยากให้ร้านค้าตั้งราคาให้ต่ำที่สุด' เพราะไม่พบในเอกสาร RBA ใช้ข้อความที่ RBA เขียนจริงแทน: ต้นทุนที่ลดลงควรไหลไปถึงราคาป้ายในที่สุด แต่ร้านที่เคยเก็บ surcharge อาจขึ้นราคาป้ายก่อน
  • แก้เรื่องบัตร: RBA ระบุเฉพาะ eftpos, Mastercard, Visa (debit, prepaid, credit) ส่วน American Express ไม่ได้อยู่ในการตัดสินครั้งนี้ และ RBA จะพิจารณาในการทบทวนรอบกลางปี 2569 ขณะที่หน้าของ NAB ระบุว่าครอบคลุม Amex และ UnionPay ด้วย ซึ่งขัดกับเอกสาร RBA จึงถือว่ายังไม่ชัดเจนและแนะนำให้คนอ่านอย่าด่วนสรุป
  • เพิ่มรายละเอียดจาก RBA: เพดาน interchange บัตรในประเทศลดลงตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 (เครดิตผู้บริโภค 0.3%) และเพดานบัตรที่ออกโดยต่างประเทศ 1.0% เริ่ม 1 เม.ย. 2570 เป็นค่าธรรมเนียมที่ธนาคารฝั่งร้านจ่าย ไม่ใช่ค่าที่ผู้ถือบัตรจ่าย; วันที่ 30 ต.ค. 2569 เป็นกำหนดเผยแพร่ข้อมูลค่าธรรมเนียมรอบแรก (ตามเอกสาร RBA)
  • ตัดคำแนะนำให้ 'ทักท้วงและแจ้งธนาคารผู้ออกบัตร' เพราะไม่มีแหล่งทางการยืนยันว่าเป็นช่องทางที่ถูกต้อง เหลือคำแนะนำให้เก็บใบเสร็จและเทียบราคารวม
  • ฝั่งไทย ThaiPublica รายงานประกาศ ธปท. 23/2569 จริง (2 มิ.ย. 2569) แต่เป็นค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินเก็บจากลูกค้า ไม่เกี่ยวกับร้านค้า; การค้นหาของเราไม่พบหลักเกณฑ์ของ ธปท. หรือ สคบ. เรื่องร้านเก็บค่ารูดบัตรจากลูกค้า จึงยังไม่ยืนยันว่าไทยอนุญาตหรือห้าม
  • วันที่แหล่งข่าว: NAB ไม่แสดงวันเผยแพร่ (ใส่ null แทนวันที่ 2026-09-01 เดิมที่ตรวจสอบไม่ได้); หน้า RBA In Brief ไม่ระบุวัน ใช้วันเผยแพร่ชุดเอกสาร 31 มี.ค. 2569; เพิ่มลิงก์ Conclusions Paper ฉบับเต็ม
  • ยังไม่ยืนยัน: บัตรที่ออกโดยต่างประเทศ (รวมบัตรไทย) ได้รับการคุ้มครองจาก surcharge ban หรือไม่ (RBA ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่กฎผูกกับเครือข่ายบัตรที่ร้านรับชำระในออสเตรเลีย); ค่าแอดมิน/ค่าบริการวันหยุด/ส่วนลดตามวิธีจ่าย (NAB เป็นแหล่งเดียวสำหรับสองข้อแรก; เรื่องส่วนลดมีใน RBA ด้วย); ไม่มีข้อมูลราคาจริงหลัง 1 ต.ค. และยังไม่ตรวจว่ารอบรับฟังความเห็นกลางปี 2569 เริ่มแล้วหรือไม่
น้องใส