ClearBaht

เรื่องเงินบาท ต้องชัดเจน
อัปเดตข้อมูล 2026-10-30 06:00 น.
← ข่าวทั้งหมด
ทองคำตรวจข้อเท็จจริงแล้ว บางตัวเลขยังมีแหล่งเดียว ดูรายละเอียดท้ายบทความ

ทองราคาตก แต่ธนาคารกลางและกองทุนทองยังซื้อ ขณะที่ตลาดเครื่องประดับจีนซบเซา

ช่วงที่ราคาทองโลกตกจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี ผู้ซื้อรายใหญ่บางกลุ่มกลับยังเดินหน้าซื้อ สภาทองคำโลก (World Gold Council หรือ WGC องค์กรของอุตสาหกรรมทอง) รายงานเมื่อ 15 ต.ค. ว่าธนาคารกลางจีนซื้อทองเดือน ก.ย. มากที่สุดรายเดือนตั้งแต่ ต.ค. 2566 ขณะที่ความต้องการทองผ่านตลาดเซี่ยงไฮ้ไตรมาส 3 ลดลง โดยการบริโภคเครื่องประดับที่อ่อนแรงเป็นตัวถ่วงหลัก

เกิดอะไรขึ้น

ธนาคารกลางจีน (PBoC)

  • ซื้อทอง 23 ตัน ในเดือน ก.ย. 2569 ซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 (WGC ระบุว่ามากสุดตั้งแต่ ต.ค. 2566 ส่วน China Daily ระบุว่ามากสุดตั้งแต่ ก.ย. 2566 จึงสรุปได้ว่ามากสุดในรอบเกือบ 3 ปี)
  • รวมไตรมาส 3 ที่ 63 ตัน ซึ่งมากสุดตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2566 และรวม 9 เดือนแรกที่ 103 ตัน
  • ทองสำรองรวม 2,410 ตัน คิดเป็น 8.5% ของทุนสำรองทั้งหมด

ธนาคารกลางทั่วโลก

  • สิ้น ส.ค. ซื้อสุทธิ 39 ตันในเดือนนั้น รวม 8 เดือนแรก 170 ตัน
  • ผู้ซื้อสะสมสูงสุดในปีนี้ถึง ส.ค. คือโปแลนด์ 98 ตัน และจีน 80 ตัน อุซเบกิสถานราว 50 ตัน คาซัคสถานราว 36 ตัน
  • ผู้ขายสุทธิ ได้แก่รัสเซียที่ขายไป 56 ตัน และตุรกี 82 ตัน (ตุรกีขายส่วนใหญ่ในไตรมาสแรก ก่อนกลับมาซื้อ 3 ตันในเดือน ส.ค. ส่วนรัสเซียยังขายต่อในเดือน ส.ค. อีก 6 ตัน)

กองทุนทอง (ETF)

  • กองทุนทองทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (67 ตัน) ในเดือน ก.ย. แม้ราคาทองลดลง (ตามรายงานตลาดทองเดือน ก.ย. ของ WGC)
  • ในจีน กองทุนทองถือทองรวม 304 ตัน เป็นสถิติสูงสุดสิ้นเดือน

ฝั่งผู้บริโภคจีน

  • ความต้องการทองขายส่งผ่านตลาดทองเซี่ยงไฮ้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 234 ตัน ลดลง 21% จากปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสิบปี (418 ตัน) ถึง 44% WGC ระบุว่าการบริโภคเครื่องประดับที่อ่อนแรงต่อเนื่องเป็นตัวถ่วงหลัก (ตัวเลขนี้วัดทองที่ถูกถอนออกจากตลาดขายส่ง ไม่ใช่ยอดขายหน้าร้านโดยตรง)

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มมีเหตุผลต่างกัน WGC ระบุว่าการซื้อของธนาคารกลางส่วนใหญ่มาจากเป้าหมายระยะยาวในการบริหารทุนสำรอง และการขึ้นลงรายเดือนสะท้อนจังหวะการซื้อของแต่ละประเทศ (WGC เสริมว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ "อาจมีส่วน" แต่ยังต้องวิเคราะห์เพิ่ม) ราคาทองในช่วงปีนี้ผันผวน (สถิติสูงสุดของ WGC คือ 5,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อ 29 ม.ค. 2569 ปัจจุบันราว 4,032 ดอลลาร์ตามข้อมูล Fortune วันที่ 23 ต.ค. ณ 9:22 น. เวลานิวยอร์ก) ส่วนฝั่งผู้บริโภคจีน WGC ระบุว่าความสามารถในการจ่ายและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต่ำน่าจะยังกดดันปริมาณความต้องการต่อในไตรมาส 4

เกี่ยวกับเรายังไง

เมื่อฟังเป็นตัน อาจไม่เห็นภาพ ลองแปลงเป็นบาททองคำ: ทองแท่ง 1 บาททองคำมีเนื้อทองบริสุทธิ์ 15.244 × 0.965 ≈ 14.71 กรัม ดังนั้น 1 ตัน (1,000,000 กรัม) ≈ 67,980 บาททองคำ

  • จีนซื้อ 63 ตันในไตรมาส 3 ≈ 63 × 67,980 ≈ 4.28 ล้านบาททองคำ
  • ถ้าตีราคาที่ 64,350 บาท (ราคาขายออกสมาคมค้าทองคำ 23 ต.ค. 16:42 น.) เท่ากับประมาณ 2.76 แสนล้านบาท (คำนวณเพื่อให้เห็นขนาด ไม่ใช่ตัวเลขที่ธนาคารกลางจ่ายจริง)
  • ทองสำรองทั้งหมดของจีน 2,410 ตัน ≈ 164 ล้านบาททองคำ

ทองโลกลดจาก 4,176 ดอลลาร์ (สิ้น ก.ย. ตาม WGC) เป็น 4,032 ดอลลาร์ (23 ต.ค. ตาม Fortune) ต่างกัน 144 ดอลลาร์ คำนวณเป็นทองแท่งไทยได้ลดลงราว 2,290 บาทต่อบาททองคำ ที่ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ (อัตราอ้างอิง ธปท. 22 ต.ค.) ข้อมูลข้างต้นแสดงว่าในตลาดมีทั้งคนซื้อและคนขายพร้อมกัน

ราคาทองในไทยตามราคาทองโลกเป็นหลัก การที่ความต้องการเครื่องประดับในจีนอ่อนแรงเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านอุปสงค์ที่ WGC ชี้ว่ากดดันตลาด แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว เพราะดอกเบี้ยสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ก็มีผลมาก ส่วนเทศกาลธันเตรัสและดิวาลีของอินเดียตรงกับ 6 และ 8 พ.ย. ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงที่คนอินเดียนิยมซื้อทอง ตัวเลขความต้องการจริงต้องรอข้อมูลภายหลัง

ต้องจับตาอะไรต่อ

  • รายงาน Gold Demand Trends ไตรมาส 3 ของ WGC (ณ วันที่เขียนยังไม่พบฉบับเผยแพร่) จะบอกภาพรวมความต้องการทั้งปี
  • สถิติทองสำรองของธนาคารกลางรายเดือนครั้งถัดไป และตัวเลข ETF ประจำเดือน ต.ค.
  • การประชุมเฟด 27-28 ต.ค. ที่อาจกระทบดอลลาร์และราคาทอง
  • ความต้องการเครื่องประดับในจีนช่วงปลายปี
ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค. 2569 ตัวเลขการซื้อของธนาคารกลางเป็นข้อมูลที่รายงานแล้ว และอาจถูกปรับแก้ภายหลัง บทความนี้เพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
รายละเอียดการตรวจข้อเท็จจริง (5 รายการ)
  • ตรวจกับ WGC (China gold market update 15 ต.ค.; Central Bank Gold Statistics 6 ต.ค.; Market Commentary 7 ต.ค.) แล้วตรง: PBoC ซื้อ 23 ตัน ก.ย. เดือนที่ 23 ติด, Q3 63 ตัน, 9 เดือน 103 ตัน, ทองสำรอง 2,410 ตัน = 8.5% ของทุนสำรอง, ETF จีน 304 ตัน (สถิติสิ้นเดือน), SGE Q3 234 ตัน -21% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี 418 ตัน 44%; ธนาคารกลางทั่วโลก ส.ค. 39 ตัน, 8 เดือน 170 ตัน, โปแลนด์ 98, จีน 80, อุซเบกิสถาน ~50, คาซัคสถาน ~36, รัสเซียขาย 56, ตุรกีขาย 82; ETF โลก ก.ย. 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (67 ตัน)
  • ยืนยันซ้ำจาก China Daily HK (7 ต.ค.): PBoC เพิ่มทอง 740,000 ออนซ์ เป็น 77.47 ล้านออนซ์ (= 2,410 ตัน), เดือนที่ 23 ติด; หมายเหตุ China Daily ว่ามากสุดตั้งแต่ ก.ย. 2566 ส่วน WGC ว่าตั้งแต่ ต.ค. 2566 จึงเขียนในบทความว่า 'ในรอบเกือบ 3 ปี' และระบุทั้งสองแหล่ง
  • แก้: ชื่อเรื่อง/เกริ่น/summary เดิมพูดว่าผู้บริโภคจีนซื้อเครื่องประดับ 'หายไป/น้อยลงมาก' ซึ่งข้อมูลไม่ได้วัดตรง ๆ (WGC วัดความต้องการขายส่งผ่านตลาดทองเซี่ยงไฮ้) ปรับถ้อยคำตามที่ WGC ระบุ; ลบข้อความตีความว่านักลงทุนมองเป็น 'จังหวะเข้าซื้อ' (ไม่มีแหล่งรองรับและใกล้เคียงชี้นำ); แก้ราคาทองโลกเป็น 4,032 ดอลลาร์ (Fortune 23 ต.ค. 9:22 น. เวลานิวยอร์ก) แทน 4,024; คำนวณใหม่ส่วนต่างจากสิ้น ก.ย. 144 ดอลลาร์ ≈ 2,290 บาทต่อบาททอง (เดิม 152 ดอลลาร์ ≈ 2,420); ปรับเหตุผลของผู้ซื้อเครื่องประดับให้ตรงกับ WGC (ราคาสูง/ความเชื่อมั่นต่ำ); ระบุว่าตัวเลขเครื่องประดับมาจากตลาดขายส่ง; เพิ่มแหล่ง China Daily
  • ตรวจการคำนวณแล้วถูก: 1 ตัน = 1,000,000 ÷ 14.7105 = 67,979 บาททอง; 63 ตัน = 4.28 ล้านบาททอง; x 64,350 = 2.756 แสนล้านบาท; 2,410 ตัน = 163.8 ล้านบาททอง. วันธันเตรัส 6 พ.ย. และดิวาลี 8 พ.ย. 2569 (ปฏิทินอินเดีย จากหลายเว็บ ไม่ใช่แหล่งทางการ)
  • ยังมีแหล่งเดียว: ตัวเลข SGE Q3 234 ตัน/ETF จีน 304 ตัน/ทองสำรองรวม 8.5% ของทุนสำรอง (WGC เท่านั้น ค้นหาแหล่งที่สองไม่พบ); สถิติ ETF โลก (WGC); ตัวเลขธนาคารกลางรายประเทศ (WGC)
น้องใส